4th day - 19 ก.พ. 60 "กำแพงมีรู"
จุดเปลี่ยน
10.00น. - เช้านี้มีข่าวประกาศกันต่อๆ กันมาว่าวันนี้จะมีการให้รายงานตัว 15.00น. นี้จะบังคับให้ทุกคนที่ไม่ใช่พระ-โยม ที่ไม่ได้มีสำเนาทะเบียนบ้านที่วัดออกไปให้หมด
- เหมือนตามแผนการณ์ของคุณลุงมโนที่เคยให้สัมภาษณ์ในข่าว ว่าจะกันคนออกให้หมด แล้วก็บุกเข้ามาตรวจสอบอย่างสบายๆ
- พระโยมแตกตื่นกันพอสมควร "มีบัตรประชาชนไหม" "อยู่ตรงนั้น ต้องไปเอา" "ไปลงทะเบียนทุกคนเค้าก็รู้กำลังเรากันหมดสิ" "เค้าจะยึดบัตรเราหรือเปล่า เค้าจะให้ออกแล้วไม่ให้เข้าหรือเปล่า" "ไปดีไหม" "ไปรวมกันตรงไหน" "มันจะมีอาวุธไหม" "จะทำยังไงดี" "เมื่อไหร่จะจบ" "เมื่อไหร่เค้าจะกลับ" ??? เป็นคำถามที่ถามกันไม่หยุด ทั้งในไลน์ และในใจของพวกเรา
- ข้อความสั้นๆ พร้อมด้วยเครื่องหมายตกกะใจเรียงกันหลายๆ ตัว มีอานุภาพสร้างความตกใจให้เราได้อย่างมีประสิทธิภาพ
!!!!!!!!!!!
กระจายข่าวให้มากที่สุด
กระจายข่าวให้มากที่สุด
ประกาศด่วนฉุกเฉินที่สุด
สัญญาณธงแดง
เขาตัดสินใจลุยวัดจับพระสึกหมด ยึดวัด
จากแมวกลายเป็นเสือ
- จากสามวันแรก เรายอมเค้าทุกอย่าง ให้เค้าเข้ามา ให้เค้ายึดข้าวของ ให้เค้ากันพื้นที่สารพัด ถ่ายรูปทุกซอกมุม แล้วก็ให้นักข่าวเขียนข่าวโจมตี ฯลฯ แต่หลังจากนี้จะไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ส่วนกลางแจ้งให้ทุกคนไม่ต้อนรับการตรวจค้นอีกต่อไป
- เมื่อทิศทางทุกอย่างปรับเปลี่ยนเป็นทางเดียวกัน ความลังเลใจก็หมดไป สู้เป็นสู้ ตายเป็นตาย ภายใต้กติกาที่ไม่เป็นกลาง ทุกคนพร้อมเอาตัวเข้าแลก จะอยู่ จะสู้ตรงนี้ คิดถึงศัพท์หนังจีน "แม้ไม่เกิดวันเดียวกัน แต่ขอตายวันเดียวกัน"
- บางคนเมื่อได้ยินคำสั่งก็ฮึกเหิม ที่ได้โต้กลับ (โดยการไม่ยอม) เค้าบ้าง บ้างก็คุยปรึกษากันว่าจะตั้งรับกันยังไงถ้าเค้าบุกเข้ามา แต่เราคิดถึงการปะทะ และความตาย
- หากวันนี้เราตาย แล้วมีเวลาอีกซัก 10 วิ เราจะพูดอะไรกับใครนะ พอคิดได้แล้วเราก็ส่งข้อความไปหาคนๆ นั้น จะได้ไม่ต้องรอ (เผื่อมันไม่มีเวลา 10 วินาทีนั้น) นอกจากนี้อะไรที่เป็นห่วงอีก ... ก็ทำเท่าที่ทำได้ในเวลาอันน้อยนิด แม้จะเกิดอะไรขึ้นก็คงไม่ต้องตัดห่วงกังวลไปหนึ่งเรื่อง
- มีเฮลิคอปเตอร์มาบินพั่บๆๆ เหนือหัว ในสถานการณ์ปรกติก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่ในวันนี้แค่เสียงของมันก็สร้างความกดดันได้มากมายทีเดียว
12.00น. - แม้จะโดนตำรวจยึดประตูเข้าออกไว้ แต่ญาติโยมก็หาทางปีนกำแพงเข้ามาได้ และเหมือนจะไม่ทันใจ ก็มีคนทุบกำแพงจนเป็นรู ณ เวลานี้ กำแพงไม่สำคัญเท่าคนที่มีใจรักวัด
12.30น. - พระรูปหนึ่ง ออกให้สัมภาษณ์กับนักข่าว (พระธรรมศักดิ์ ประมาณ 30 พรรษา) เป็นที่แตกตื่นกันใหญ่ และพวกเราก็ถามกันใหญ่ว่าท่านเป็นใคร ที่ท่านพูดจริงไหม ท่านรู้ได้ไง ความเห็นก็ต่างกันไป บ้างก็บอกว่าท่านยอมสละตัวเอง สร้างข่าวลวงเพื่อหมู่คณะ บ้างก็บอกว่าท่านคงเครียด กดดัน กลัว
เรารู้สึกว่าเหตุการณ์เหมือนในหนังนักสืบ เวลาที่ใกล้จะจบ คนต่างๆ ก็ออกมาพูดความในใจเพื่อให้คนดูรู้ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราก็รู้สึกสะเทือนใจถึงการตัดสินใจของท่านในครั้งนี้
14.00น. - พระเรารวมสาธุชนให้มาตั้งกำลังที่ประตู 5-6 ไม่ให้กำลังตำรวจเข้ามาในบริเวณวัด
16.40น. - ประตู 4
16.40น. - จดหมายเรียกตัวหลวงพ่อ และพระผู้ใหญ่ในวัด ให้รายงานตัวภายใน 18.00น.
17.00น. - DSI ใช้แผนการสกปรก ถ่ายรูปรถ พร้อมอาวุธ แล้วก็บอกว่าพบอาวุธในวัดเรา
แต่เจอทางเราโต้กลับ
1. บริเวณที่รถจอดนั้นเป็นพื้นที่ประตู 8 ที่โดนตำรวจควบคุมนานแล้ว
2. ปิดเลขทะเบียนทำไม กลัวเจอเช็คว่าเป็นรถของตำรวจเองใช่ไหม
3. เอามือเปล่า (ไม่ใส่ถุงมือ) จับของกลางได้อย่างไร
แล้วทันใด DSI ก็แกล้งลืมเรื่องนี้ไป "oops โทษนะ แมวพิมพ์"
18.00น. มีรถ 2 คัน เป็นรถที่สามารถใช้เครื่องฉีดน้ำเเรงดันสูง พุ่งชนสิ่งกีดขวาง ใช้ในภารกิจปราบจราจล (คันละ 27 ล้านบาท) เดินทางมาฟังสวดธรรมจักรที่วัด
18.20น. - ตำรวจประกาศให้เวลาถึง 18:30 เพื่อสลายฝูงชนประตู 5-6
20.00น. - ได้ยินว่าสำนักข่าวจากต่างประเทศหลายสำนัก เดินทางมาถึงวัดเพื่อมาทำข่าว แต่เราไม่รู้เลยว่าสื่อเหล่านั้นจะช่วยเหลือเราได้แค่ไหนอย่างไร นายกเรายิ่งไม่ค่อยถนัดเรื่องภาษาอยู่ด้วย
20.20น. คุณยายอายุเยอะมาก นั่งบนรถเข็น มานั่งสวดมนต์ที่ประตู 5 เพื่อช่วยปกป้องวัด
22.00น. - ตอนนี้เค้าปล่อยให้เราออกจากวัด แต่หากใครจะเข้าวัดต้องตรวจบัตรอย่างเข้มงวด
- หลายๆ คนถามกัน "จะมีฮีโร่มาช่วยเราไหม" มีหลวงพี่รูปนึงตอบว่า "พวกเราที่อยู่ตรงนี้นี่แหละ คือฮีโร่"
- แอบคิดแทน DSI ว่าเค้าคงงงเหมือนกันนะ ว่า "3 วันแรก พวกนี้ยังเป็นแมวอยู่เลย จู่ๆ ไฉนกลายเป็นเสือไปได้"
-------
ps.1
หลวงพี่สนิทวงศ์สรุปถึงเหตุการณ์ตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้อย่างกระชับ
https://goo.gl/hgrkpI















Comments
Post a Comment